ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ย์จีน ซีรี่ย์ญี่ปุ่น อนิเมะ หวยเด็ด

วิธีขอวีซ่าให้ผ่านได้ง่ายๆแค่ทำตาม 3 วิธีนี้

หลักฐานพร้อม

ข้อแนะนำที่สำคัญที่สุดของการยื่นคำร้องขอวีซ่า เพราะถ้าคุณเตรียมเอกสารไปไม่ครบตามที่ประเทศนั้น ๆ ต้องการ คุณอาจโดนปฏิเสธวีซ่าได้ก่อนที่เขาจะตรวจประวัติของคุณเสียอีก ดังนั้นเตรียมเอกสารประกอบการพิจารณาให้ครบตามที่มีการเรียกขออย่าให้ตกหล่น เพราะสถานทูตจะไม่ติดต่อขอเอกสารที่ขาดจากคุณเพิ่มในภายหลังแน่นอน

เล่าความจริง

เหตุผลที่วีซ่าถูกปฏิเสธมากที่สุดอย่างหนึ่งคือเล่าความเท็จ ไม่ว่าคุณตั้งใจจะเล่าความเท็จหรือถูกบริษัทรับยื่นวีซ่าแนะนำให้โกหก อาทิเช่นอ้างว่ารู้จักกับคนนั้นคนนี้ในประเทศของเขาทั้งที่ความจริงไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันเลย หรือบอกว่าไม่เคยมีประวัติทางคดีทั้ง ๆ ที่เคยต้องโทษหรือถูกดำเนินคดีมาก่อนแม้ปัจจุบันเรื่องจะจบไปแล้ว เพราะสถานทูตเขาเช็คได้ว่าสิ่งที่คุณกรอกลงในแบบฟอร์มหรือให้สัมภาษณ์มาทั้งหมดนั้นคือความจริงหรือไม่ และถ้าถูกจำได้ว่าโกหก โทษร้ายแรงที่สุดคือคุณอาจถูกแบนไม่ให้เข้าประเทศนั้นตลอดชีวิตได้เลยทีเดียว

พิสูจน์ว่าจะกลับมา

ประเด็นสำคัญสำหรับประเทศที่เคร่งครัดเรื่องวีซ่านั้นมีเพียงอย่างเดียวก็คือ คุณต้องพิสูจน์ว่าคุณแค่ไปเที่ยวบ้านเขาและจะกลับมาด้วยภาระผูกพันต่าง ๆ ไม่ใช่ไปแล้วไปลับหนีหายไปเลย บางประเทศจึงขอดูเอกสารของคุณจนถึงโฉนดที่ดิน สัญญากู้บ้านหรือผ่อนรถกันเลยทีเดียว หรือถ้าเขาไม่เรียกร้องคุณก็สามารถแนบหลักฐานแสดงความยืนยันว่าคุณมีภาระผูกพันกับถิ่นฐานบ้านเกิดชนิดที่ว่าต้องกลับมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ครอบครัว และทรัพย์สินที่คุณมี

สามารถติดตามข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ https://africanamericanwigs.org/ 

วีซ่าจีนคืออะไร และขั้นตอนการขอวีซ่า

รู้จักกับวีซ่าจีน

สำหรับคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางไปประเทศจีนนั้นมีความจำเป็นต้องขอวีซ่า (ยกเว้นเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า คนไทยสามารถพำนักได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นเวลาไม่เกิน 30 วัน) โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวจะต้องขอวีซ่าประเภท L ซึ่งเป็นวีซ่าที่ออกให้สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ด้านการท่องเที่ยว แต่นอกจากนี้ยังมีวีซ่าประเภท Q ซึ่งเป็นวีซ่าที่ใช้สำหรับการเยี่ยมญาติ หากคุณมีเชื้อสายจีนและมีญาติที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศจีนอย่างถาวร แต่ ณ ที่นี้เราจะขอพูดถึงวีซ่าท่องเที่ยวเป็นหลัก

ขั้นตอนการขอวีซ่าจีน

การยื่นคำร้องขอวีซ่าจีนนั้นค่อนข้างแตกต่างจากทางยุโรปและอเมริกา โดยสิ่งแรกที่ต่างคือ ทางการจีนไม่ได้มีการเก็บลายนิ้วมือดิจิทัล และไม่ต้องถ่ายรูปหน้าใหม่นอกเหนือจากที่รูปถ่ายที่แนบมากับเอกสาร จึงทำให้คุณสามารถมอบฉันทะให้บุคคลอื่นไปยื่นคำร้องแทนได้ และทำให้มีบริษัทที่บริการรับยื่นวีซ่าจีนแทนคุณ แต่จะเสียค่าบริการเพิ่มเติมจากอัตราปกติไปอีก ทั้งนี้เราขอแนะนำให้คุณยื่นเอกสารด้วยตนเองดีกว่าหากสะดวกเดินทาง โดยการยื่นคำร้องขอวีซ่าจีนมีขั้นตอนดังนี้

  1. กรอกแบบฟอร์มของศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าจีน (Chinese Visa Application Service Center หรือ CVASC) โดยให้อ่านทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อมูลในแบบฟอร์มทั้งหมด และทำการกรอกข้อมูลตามความเป็นจริงเป็น ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ โดยคุณสามารถกรอกแบบฟอร์มได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
    • กรณีกรอกด้วยตนเองด้วยลายมือ ให้ใช้แบบฟอร์ม Visa Application Form of the People’s Republic of China (2013) ซึ่งดาวน์โหลดได้จาก ที่นี่ หรือสามารถรับฟอร์มได้ที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (CVASC) ได้โดยตรง แต่เราขอแนะนำให้ดาวน์โหลดและกรอกเองตั้งแต่ที่บ้านจะรวดเร็วกว่า
    • กรณีกรอกด้วยระบบดิจิทัล ให้ใช้แบบฟอร์มยื่นคำร้องขอวีซ่าออนไลน์ ที่นี่ ซึ่งมีคำถามและข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอกเช่นเดียวกันกับในแบบฟอร์มปกติ แต่ทั้งนี้คุณยังจำเป็นต้องพิมพ์เอกสารและไปยื่นกับทางศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (CVASC) เหมือนเดิม
  2. เพื่อความสะดวกและใช้เวลาในการยื่นคำร้องให้น้อยที่สุด คุณสามารถทำการนัดหมายกับศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (CVASC) ได้ผ่านเว็บไซต์ ที่นี่ ทั้งนี้คุณสามารถเดินทางไปยังศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (CVASC) โดยไม่ต้องนัดก็ได้ แต่จะใช้เวลารอคิวนานกว่าคนที่นัดหมายผ่านระบบออนไลน์
  3. เตรียมเอกสารประกอบการพิจารณา และเดินทางไปยื่นเอกสารที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (CVASC) โดยสามารถยื่นด้วยตนเองหรือยื่นผ่านบุคคลอื่นโดยการแนบใบมอบฉันทะ (ภาษาอังกฤษ) ก็ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจเอกสารทั้งหมดก่อนการยื่นคำร้อง
  4. เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นและชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะมอบใบนัดรับวีซ่าให้ การยื่นขอวีซ่าจีนก็เป็นอันเรียบร้อยสำหรับคุณ โดยปกติจะใช้เวลารอเพียง 4 วันทำการเท่านั้น โดยในระหว่างนี้คุณสามารถตรวจสอบผลการดำเนินการได้จากเว็บไซต์ของศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (CVASC)

เพียงขั้นตอนง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอนคุณก็สามารถยื่นวีซ่าเที่ยวประเทศจีนได้แล้ว ทั้งนี้โปรดตรวจสอบระยะเวลาการเดินทางของคุณด้วย โดยวีซ่าจีนจำเป็นต้องยื่นคำร้องก่อนการเดินทางอย่างน้อย 1 เดือน แต่ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน

ขอบคุณข้อมูลจาก skycanner

สามาถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://africanamericanwigs.org/ 

ขั้นตอนการขอวีซ่าออสเตรเลีย

คุณสามารถเลือกยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียได้ 2 วิธี คือการยื่นวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย (Immi Account) และการยื่นเอกสารผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) แต่ทั้ง 2 วิธีคุณยังคงต้องเดินทางไปศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเพื่อเก็บข้อมูลชีวภาพ (รูปถ่ายและลายนิ้วมือ) โดยเรามีขั้นตอนคร่าว ๆ ทั้ง 2 วิธีมาแนะนำให้คุณแล้วดังนี้

กรณียื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์

  1. สร้างบัญชีผู้ใช้ (กรณีไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน) แล้วกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลียที่ immi.gov.au เมื่อสมัครสมาชิกเสร็จสิ้นจะมีอีเมลยืนยันการสมัครให้คลิกในอีเมลอีกครั้งก่อนการใช้งาน
  2. เข้าไปสร้างแบบฟอร์มใหม่ที่เมนู “New application” แล้วปฏิบัติตามขั้นตอน โดยการเลือกและตอบคำถามทั้งหมดอย่างละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ (คำถามทั้งหมดก็เป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน) โปรดตรวจสอบข้อมูลก่อนยืนยันคำตอบให้ถูกต้องก่อนดำเนินการต่อ
  3. เมื่อกรอกข้อมูลและตอบคำถามทั้งหมดแล้วระบบออนไลน์จะแจ้งเอกสารที่จำเป็นต่อการพิจารณาให้คุณทราบ โดยคุณจะต้องอัพโหลดเอกสารผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งคุณเอกสารที่คุณอัพโหลดต้องมีขนาดไม่เกิน 5MB ต่อไฟล์ และได้สูงสุดจำนวน 60 ไฟล์ เราขอแนะนำให้คุณจัดเตรียมไฟล์ในรูปแบบ PDF แบ่งกลุ่มตาม 8 หัวข้อที่ระบบออนไลน์กำหนดดังนี้
    • รูปถ่าย
    • รูปหนังสือเดินทาง
    • สำเนาบัตรประชาชน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • แผนการเดินทาง / ตั๋วเครื่องบิน / ตั๋วรถไฟ / ใบจองรถเช่า (ถ้ามี)
    • หลักฐานทางการเงิน / บัญชีเงินฝาก
    • หนังสือรับรองการทำงาน / ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน
    • ประวัติการเดินทาง (หนังสือเดินทางฉบับเดิม ตราวีซ่าหรือ ตราเข้าเมืองที่เคยมีทั้งหมด)
  4. เมื่ออัพโหลดเอกสารเข้าสู่ระบบครบถ้วนแล้ว จึงยืนยันการยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบตรวจสอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย และเข้าสู่กระบวนการชำระเงิน โดยคุณสามารถชำระเงินได้ทั้งผ่านบัตรเครดิต (ทุกประเภท) หรือ บัญชี PayPal
  5. เมื่อชำระเงินเสร็จสิ้นระบบจะส่งอีเมลยืนยันการยื่นคำร้อง และอีเมลการเรียกขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะแนบเอกสารให้คุณไปติดต่อกับศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) เป็นอันจบขั้นตอนการยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์

กรณียื่นคำร้องด้วยตนเอง

  1. กรอกแบบฟอร์มการขอวีซ่าผู้มาเยือน – ประเภทนักท่องเที่ยว (รหัสเอกสาร 1419 THA) ซึ่งดาวน์โหลดจากเว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย ที่นี่ (กรณีผู้เดินทางอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้ใช้แบบฟอร์มรหัสเอกสาร 1229 ดาวน์โหลดจาก ที่นี่)
  2. อ่านทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อมูลในแบบฟอร์มทั้งหมด และทำการกรอกข้อมูลตามความเป็นจริงเป็นภาษาอังกฤษ (คำถามในแบบฟอร์มมีภาษาไทยกำกับซึ่งจะสะดวกต่อการตอบมากขึ้น) โดยเอกสาร 1419 THA มีทั้งหมด 21 หน้า โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณกรอกข้อมูลครบถ้วนถูกต้องแล้ว
  3. เตรียมเอกสารประกอบการพิจารณา และเตรียมจองคิวติดต่อกับศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) ในขั้นตอนต่อไป

ดำเนินการต่อกับศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าออสเตรเลีย

  1. ในกรณีการยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ คุณจะได้รับเอกสารอ้างอิงในการเก็บข้อมูลชีวภาพกับศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) ส่วนการยื่นคำร้องด้วยตัวเองจะไม่มีเอกสารอ้างอิง โดยทั้ง 2 วิธีจะต้องติดต่อกับศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.vfsglobal.com/australia/thailand/thai/
  2. ให้คุณทำการสมัครสมาชิกแล้วจองคิวกับศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) ผ่านระบบออนไลน์ที่ online.vfsglobal.com/GlobalAppointment/Account/RegisteredLogin เมื่อสมัครและลงชื่อเข้าใช้เสร็จสิ้น ระบบออนไลน์จะมีเมนูนัดหมายวันและเวลาให้คุณ (Schedule Appointment) รวมทั้งเลือกบริการอื่น ๆ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามแต่บริการที่คุณจะเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ อาทิเช่น
    • บริการจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์
    • บริการช่วยตรวจสอบเอกสาร
    • บริการนัดหมายนอกเวลาทำการ
    • บริการรับคำร้องขอวีซ่านอกสถานที่
    • บริการยื่นคำร้องขอวีซ่าเร่งด่วน
  3. เมื่อดำเนินการยืนยันการนัดหมายเสร็จสิ้น ระบบออนไลน์จะส่งใบนัดหมายให้ทางอีเมล ซึ่งใบนัดหมายนี้จำเป็นต้องใช้ในการแสดงคิวกับเจ้าหน้าที่ในวันนัดหมาย
  4. เตรียมตัวเดินทางไปศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) ด้วยตนเอง และไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปแทนได้ โดยคุณต้องถึงก่อนเวลานัดหมายอย่างน้อย 15 นาที และหนังสือเดินทางที่ต้องมีหน้าว่างอย่างน้อย 1 หน้า พร้อมเอกสารทั้งหมดที่จำเป็นทั้งฉบับจริงและสำเนาในกรณียื่นด้วยตนเอง ส่วนการยื่นออนไลน์ใช้เพียงใบอ้างอิงจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและใบนัดหมายของศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS)
  5. ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) จะเก็บข้อมูลทางชีวภาพของคุณได้แก่ลายนิ้วมือผ่านระบบดิจิทัล (ไม่ใช้หมึก) และถ่ายภาพเต็มหน้าของคุณโดยที่ไม่สวมแว่น หรือสิ่งปลกคลุมศีรษะใด ๆ เว้นแต่เหตุผลทางศาสนาหรือทางการแพทย์ ทั้งนี้ยังต้องเห็นใบหน้าและดวงตาอย่างชัดเจน
  6. เมื่อศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) รับเอกสารและเก็บข้อมูลชีวภาพเสร็จสิ้น การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียก็เป็นอันเรียบร้อยสำหรับคุณ เพียงรอผลการพิจารณาผ่านทางอีเมลหรือ SMS ซึ่งโดยปกติแล้วคุณจะทราบผลได้ภายใน 15 วันทำการนับตั้งแต่วันยื่นเอกสาร และคุณสามารถรับเอกสารและหนังสือเดินทางคืนหลังรับทราบผลแล้วได้ที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า หรือบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
ขอบคุณข้อมูลจาก skycanner

สามาถติดตามข้อมูลอื่นๆได้ที่ https://africanamericanwigs.org/ 

เอกสารการขอวีซ่าอังกฤษ

หลักฐานสำคัญ

  1. เอกสารคำร้องขอ – เอกสารที่คุณต้องพิมพ์ออกมาจากระบบออนไลน์และลงชื่อเรียบร้อยแล้ว
  2. หมายเลขอ้างอิงเอกสารคำร้องขอวีซ่า (GWF Reference) – เพื่อใช้ติดต่อนัดหมายหรือแจ้งความประสงค์ใช้บริการเพิ่มเติมกับศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS)
  3. หนังสือเดินทาง – ต้องเป็นหนังสือเดินทางฉบับล่าสุด มีอายุคงเหลือมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 1 หน้า กรณีที่มีหนังสือเดินทางเล่มก่อนหน้าให้นำไปด้วยทั้งหมด และถ่ายสำเนาหน้าแรกพร้อมกับหน้าที่เคยได้วีซ่า/เดินทางไปประเทศอื่นด้วย
  4. สำเนาเอกสารแสดงตัว – ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาอื่น ๆ ถ้ามี อาทิเช่น สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาทะเบียนหย่า สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล เป็นต้น (พร้อมเอกสารฉบับจริง)
  5. ใบยืนยันการจองตั๋วเครื่องบิน – ต้องเป็นตั๋วเครื่องบินที่เดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศอังกฤษ และเดินทางกลับถึงประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
  6. ใบยืนยันการจองโรงแรมที่พัก – ต้องเป็นโรงแรมภายในประเทศอังกฤษ และมีการเข้าพักในช่วงเวลาท่องเที่ยวที่ระบุไว้เท่านั้น
  7. อีเมลยืนยันการนัดหมาย – พิมพ์อีเมลที่ได้รับจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหราชอาณาจักร gov.uk

หลักฐานสำคัญในการยื่นขอวีซ่าอังกฤษ กรณีมีรายได้เป็นของตนเอง

  1. เอกสารรับรองการทำงาน
    • กรณีเป็นพนักงาน: ต้องใช้หนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ โดยต้องมีข้อมูลชื่อองค์กรที่ทำงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน วันเริ่มงาน และควรมีการระบุจุดหมายปลายทาง ช่วงวันเดินทาง และวันที่จะกลับถึงประเทศไทยอย่างชัดเจน พร้อมลงนามและประทับตรา
    • กรณีเป็นเจ้าของกิจการ: ต้องใช้สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน พร้อมทะเบียนการค้า หรือใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ และเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและมีชื่อของคุณเป็นเจ้าของกิจการ
  2. รายการเดินบัญชีเงินฝาก – สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่มีอายุมากกว่า 1 ปี และปรับรายการเดินบัญชีถึงปัจจุบันถึงย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หรือขอรายการเดินบัญชีที่ได้รับตราประทับจากธนาคาร หรือขอเอกสารแสดงข้อมูลทางบัญชีที่การันตีเงินฝากของคุณเป็นภาษาอังกฤษก็ได้
  3. สลิปเงินเดือน – กรณีมีรายได้ประจำ ให้แนบสลิปย้อนหลัง 6 เดือน โดยยอดเงินสุทธิในสลิปจะต้องสอดคล้องกับรายการเดินบัญชีเงินฝากด้วย และควรมีรายได้เกิน 15,000 บาทขึ้นไป

หลักฐานสำคัญในการยื่นขอวีซ่าอังกฤษ กรณีไม่มีรายได้เป็นของตนเอง

  1. หลักฐานแสดงรายได้ของคู่สมรส – กรณีเป็นคู่สมรสที่มีการจดทะเบียนกันอย่างถูกต้อง และต้องมีสำเนาเอกสารยืนยัน และถ้าคู่สมรสไม่ได้เดินทางไปด้วย ต้องมีสำเนาเอกสารแสดงตัวของคู่สมรสทั้งหมดแนบมาด้วย หรือถ้าไม่ได้จดทะเบียน ต้องมีหนังสือยืนยันการสมรสโดยไม่ได้จดทะเบียนและลงชื่อรับรองทั้ง 2 ฝ่าย
  2. หลักฐานแสดงรายได้ของญาติ – กรณีเดินทางกับญาติพี่น้องสามารถใช้ข้อมูลของญาติที่ร่วมเดินทางไปด้วยพร้อมหนังสือรับรองความเป็นญาติ หรือถ้าญาติเป็นเจ้าของกิจการหรือบุคคลที่รายได้แต่ไม่ได้เดินทางไปด้วย ก็สามารถใช้อ้างอิงแทนกันได้เมื่อมีหลักฐานด้านความสัมพันธ์เพียงพอ (อาทิเช่นนามสกุลเดียวกัน)
  3. จดหมายยินยอมจากผู้ปกครอง – กรณีผู้เดินทางเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ และไม่ได้เดินทางพร้อมบิดามารดาร่วมกัน ผู้ปกครองที่เป็นบิดาหรือมารดาที่ไม่ได้ร่วมไปด้วยทั้งหมดต้องลงชื่อในจดหมายยินยอมที่ออกโดยที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต
  4. เอกสารรับรองการศึกษาหรือสมาคมกีฬา: กรณีเป็นนักเรียน/นักศึกษา หรืออยู่ในสมาคมกีฬา ต้องใช้หนังสือรับรองจากสถานศึกษาหรือสมาคมกีฬาที่สังกัดอยู่เป็นภาษาอังกฤษ

หลักฐานอื่น ๆ

  1. แผนการเดินทาง – แสดงแผนการเดินทางในช่วงที่อยู่ในประเทศอังกฤษเพื่อให้ทราบว่าในแต่ละวันจะเดินทางไปเที่ยวเมืองอะไร สถานที่ท่องเที่ยวไหน พักที่ใดบ้าง โดยแผนทั้งหมดต้องเป็นภาษาอังกฤษ
  2. จดหมายแนะนำตัว – เขียนแนะนำตัวกับทางสถานทูตเป็นภาษาอังกฤษถึงจุดประสงค์ของการเดินทางหรือเรื่องราวคร่าว ๆ เกี่ยวกับความต้องการท่องเที่ยวอังกฤษในครั้งนี้ ซึ่งรวมทั้งวันเวลาเดินทาง และข้อมูลการทำงานที่ช่วยยืนยันว่าคุณจะต้องกลับประเทศไทยด้วย
  3. ประกันการเดินทาง – เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการประกันภัยระหว่างเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยต้องมีวงเงินประกันขั้นต่ำ 2,000,000 บาท
  4. โฉนดที่ดิน/สัญญาเช่า/สัญญากู้บ้าน – เป็นเอกสารประกอบเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ที่มีภาระผูกพันกับฐานที่อยู่ในประเทศไทย
ขอบคุณข้อมูลจาก skyscanner

สามารถติดตามข้อมูลอื่นๆได้ที่ https://africanamericanwigs.org/ 

ประกันการเดินทางต่างประเทศ จำเป็นไหม เมื่อไปต่างประเทศ

เหตุการณ์ไหนบ้าง? ที่ควรจะซื้อ “ประกันการเดินทางต่างประเทศ” เพื่อเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าทำไมพวกเราจำเป็นที่จะต้องมีรับรองการเดินทางทุกครั้งที่จำต้องเริ่มเดินทาง เลยขอยกตัวอย่างเรื่องราวที่จะต้องมีรับรองการเดินทางประจำตัวมาให้ดูกันเลยดีกว่า ทดลองตามมาดูกันเลย

1. เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ

แม้ว่าจะเตรียมความพร้อมมาอย่างดี แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น โดนยกเลิกตั๋วเครื่องบิน กระเป๋าหาย ไม่สบาย อื่นๆอีกมากมาย ยิ่งสำหรับคนที่ถูกใจเดินทางผู้เดียวหรือนักเที่ยวขาลุย ซึ่งเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูงแล้ว รับรองการเดินทางยิ่งสำคัญ โน่นก็เนื่องจากว่าค่าพยาบาลในเมืองนอกนั้นถือว่าแพงมากถ้าหากเทียบกับค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทย ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดคิดล้มป่วยกระทันหันขึ้นมา พวกเราเองอาจจะไม่อยากที่จะต้องแบกรับภาระสำหรับในการรักษาในราคาแพงอย่างไม่ต้องสงสัย

2. เดินทางไปสถานที่ที่เดินทางลำบาก

นั่นก็เนื่องจากว่าสถานที่กลุ่มนี้ชอบมีบริการในด้านการแพทย์ที่บางทีก็อาจจะไม่พร้อมเท่าที่ควร ซึ่งแม้กำเนิดป่วยขึ้นมา พวกเราก็บางครั้งอาจจะมั่นอกมั่นใจมิได้ว่าพวกเราจะได้รับการดูแลรักษาที่ดีเพียงพอรึเปล่า ก็เลยทำให้รับรองการเดินทางต่างถิ่นที่มีบริการเคลื่อนย้ายคนไข้ฉุกเฉินทางการแพทย์กลายเป็นของที่จำเป็นขึ้นมาโดยทันที เพราะว่าถ้าหากพวกเราป่วยไข้ขึ้นมาจริงๆพวกเราจำต้องมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถพาตัวเราเองกลับไปรักษาตัวในที่อื่นๆที่พร้อมกว่าได้

3. เดินทางกันเป็นครอบครัว

สำหรับครอบครัวที่คิดแผนที่จะเดินไปยังประเทศต่างๆ อาจไม่สนุกแน่ ถ้าหากมีคนใดกันผู้ใดผู้หนึ่งในครอบครัวกำเนิดป่วยไข้ขึ้นมาก่อนการเดินทาง ทำให้จำต้องยกเลิกการเดินทางกระทันหัน ซึ่งรับรองการเดินทางต่างชาติจะช่วยทำให้พวกเราสามารถขอเคลมค่าใช้จ่ายสำหรับบริการต่างๆที่พวกเราได้จ่ายไปแล้ว แม้กระนั้นยังมิได้ใช้บริการกลับมาได้ รับประกันว่าภาระหน้าที่รายจ่ายจะน้อยลงอีกเยอะมาก แถมไม่ต้องเสียเงินเสียทองไปแบบเสียเปล่าอีกด้วย

ประกันการเดินทางต่างประเทศ ช่วยคุ้มครองอะไรบ้าง?

1. การ ยกเลิกตั๋วเครื่องบิน /เที่ยวบินล่าช้า / เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องยกเลิกการเดินทาง
2. คุ้มครองเรื่องสุขภาพ และอุบัติเหตุ
3. บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน
4. ประกันกระเป๋าเดินทาง และทรัพย์สินในกรณีที่เสียหาย

ขอบคุณข้อมูลจาก cigna

ความหมายประกันสุขภาพ เหมาจ่าย คือ?

เพื่อเป็นการสนองตอบต่อสิ่งที่มีความต้องการของคนสมัยใหม่ ที่ชื่นชอบในด้านการตอบปัญหาต่อไลฟ์สไตล์ รวมทั้งสิ่งซึ่งสามารถเลือกได้ตามความพึงพอใจของตัวเองมากยิ่งกว่า บริษัทรับรองก็เลยได้ดีไซน์แผนรับรองต่างๆมาอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในต้นแบบรับรองยอดนิยมอยู่เดี๋ยวนี้ ก็คือ รับรองสุขภาพแบบ เหมาจ่าย แม้กระนั้นสำหรับคนใดที่กำลังเรียนหัวข้อการทำรับรอง รวมทั้งกำเนิดคำถามว่า รับรองสุขภาพเหมาจ่ายนั้นเป็นยังไง พวกเรามาหาคำตอบพร้อมเพียงกันเลยดังต่อไปนี้

ประกันสุขภาพ เหมาจ่าย

อะไรเป็นรับรองสุขภาพ เหมาจ่าย ?
เป็นรับรองสุขภาพ ที่จะชำระเงินให้ตามจำนวนอตรรกยะ แม้กระนั้นจะไม่เกินจำนวนเงินเอารับรองสูงสุด ซึ่งในบางข้อแม้จะไม่มีการกำหนดวงเงินรับรองเอาไว้ นับเป็นความยืดหยุ่นที่เป็นคุณลักษณะเด่นของรับรองสุขภาพแบบเหมาจ่าย เพิ่มโอกาสที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้นสำหรับเพื่อการลงทุนซื้อรับรองชนิดนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับรับรองสุขภาพแบบแยกค่าใช้สอย ที่มีการระบุวงเงินความคุ้มครองป้องกันแต่ละข้อเอาไว้ภายในกรมธรรม์อย่างเห็นได้ชัด ทำให้เมื่อมีความรู้สึกเจ็บเจ็บไข้จนกระทั่งจะต้องเข้ารักษายังโรงหมอ รวมทั้งปรากฏว่ามีค่ารักษามากยิ่งกว่าวงเงินที่ตกลงกันไว้ มันก็จะเปลี่ยนเป็นภาระหน้าที่ที่พวกเราจะต้องจ่ายส่วนเกินด้วยตัวเอง ซึ่งนับเป็นข้อด้อยที่รับรองแบบแยกจ่าย ไม่สามารถที่จะทำดังแบบเหมาจ่ายได้ั

เพราะเหตุใดถึงจะต้องซื้อรับรองสุขภาพ แบบเหมาจ่าย ?
แน่ๆว่ารับรองที่มีสิทธิผลดีครอบคลุมมากยิ่งกว่า ย่อมแลกเปลี่ยนกับการจ่ายเบี้ยประกันที่ราคาแพงแพงกว่า แต่ว่าภายใต้ราคาเบี้ยประกันที่แพงสูงนั้น ก็จัดว่าคุ้มแล้วถ้าเกิดจะได้มาซึ่งความปกป้องที่พวกเราไม่ต้องตรากตรำเสียค่าบริการรักษาของโรงหมอเสริมเติมอะไรก็ตามเลย แถมยังได้รับบริการที่เหมาะสมที่สุดอีกต่างหาก โดยไม่ต้องพิจารณาว่าโรงหมอนั้น จะเป็นโรงหมอเมืองหรือเอกชน รวมทั้งกรรมวิธีการรักษาพวกนั้นควรมีค่าครองชีพเท่าไรก็ตาม

สรุป ข้อตำหนิ แล้วก็ จุดเด่น ของรับรองสุขภาพแบบเหมาจ่าย
ข้อผิดพลาด
-การจ่ายค่าเบี้ยประกันต่อปีอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างจะสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดเป็นแผนรับรองที่มีวงเงินเหมาจ่ายสูง ค่าเบี้ยประกันที่จำเป็นต้องจ่ายก็จะสูงตามขึ้นไปด้วย

จุดเด่น
-มีลักษณะการปกป้องที่นานาประการ มากยิ่งกว่าแผนรับรองแบบอื่น
-มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลโรคที่เกี่ยวโยงกับหัวใจ ที่มีจำนวนสูง ซึ่งบางทีอาจจะถึงหลักล้านอย่างยิ่งจริงๆ ทำให้เมื่อเข้ารับการดูแลและรักษาโรครุนแรง ก็จะรู้เรื่องปกป้องรายจ่ายทุกสิ่ง อย่างหมดห่วง

รับรองสุขภาพ เหมาจ่าย เหมาะสมกับคนไหนกันแน่ ?
รับรองประเภทนี้เหมาะสมกับคนที่มีฐานะป้อมอาจ มีสถานะทางด้านการเงินซึ่งสามารถแบ่งเงินมาลงทุนสำหรับการจ่ายเบี้ยประกันที่มีอัตราสูงได้แบบสบายๆช่วงเวลาเดียวกันผู้ประกันนั้นยังจำเป็นต้องจะต้องมีสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะกำเนิดโรครุนแรงกับตัวเองได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ปฏิบัติงานอยู่ในสถานพยาบาล ซึ่งมีเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสเยอะมาก หรือเป็นบุคคลที่แก่มากมายสูงอายุแล้วก็ใกล้ตอนวัยที่จะมีโรคประจำตัวมาเยี่ยมเยือน เนื่องจากว่าถ้าหากว่ายังอยู่ในวัยที่แข็งแรงดีและไม่มีความเสี่ยงต่อการป่วยโรค ก็รู้สึกว่าคงจะไม่น่าจะคุ้มเท่าใดแม้จำต้องมารอจ่ายเบี้ยประกันที่ราคาแพงแพงบ่อยๆ

ประกันการเดินทาง ญี่ปุ่น

ประกันการเดินทาง ญี่ปุ่น : ประเทศญี่ปุ่นนั้นแม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นประเทศที่มีระเบียบวินัยสูง มีโครงสร้างในด้านต่าง ๆ ที่มีมาตรฐาน รวมไปถึงระดับของความปลอดภัยที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ แต่กระนั้นก็ตามในทุกประเทศย่อมยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุไม่คาดฝัน อันมีความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้เสมอ อีกทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากถิ่นพำนักไปยังแดนไกล ก็ยิ่งอาจเกิดความไม่สะดวกในการรับมือกับปัญหาในหลายด้านหากต้องเผชิญ
โดยการทำประกันการเดินทางนั้นถือเป็นเรื่องที่มีความคุ้มค่า ต่อความมั่นคงของการเดินทาง ซึ่งการเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นนั้น ยิ่งมีเหตุผลที่ควรทำประกัน อาทิเช่น หากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้เดินทางมีความจำเป็นจะต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเกิดจากเรื่องของสุขภาพฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุฉุกเฉินก็ตาม อาจจะต้องเจอกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของประเทศที่มีค่าครองชีพสูงในระดับต้น ๆ ของโลกอย่างประเทศ ญี่ปุ่น
นอกจากนี้ในกรณีที่เกิดเหตุนอกเหนือจากเรื่องของการเข้าโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ โจรกรรม กรรโชกทรัพย์ หรืออื่น ๆ ก็ล้วนที่จะตามมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

ประกันการเดินทาง ญี่ปุ่น

ทั้งนี้บริษัทประกันหลายแห่งต่างมีข้อเสนอในรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ซึ่งข้อโดดเด่นที่น่าสนใจมักประกอบไปด้วยดังต่อไปนี้
-มีความคล่องตัว และรวดเร็วในการทำประกันการเดินทาง ซึ่งสามารถทำผ่านระบบออนไลน์ก็ได้รับความคุ้มครองทันที
-สะดวกสบาย ง่าย ผู้ทำประกันไม่ต้องพกพาเอกสารใด ๆ ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ และข้อมูลการเดินทางผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ ได้จากอุปกรณ์พกพาชนิดต่าง ๆ ทุกที่ทุกเวลา
-บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน สร้างข้ออุ่นใจที่ผู้ทำประกันจะวางใจได้ ว่ายามเกิดเหตุที่ต้องการขอความช่วยเหลือจากบริษัทประกัน ก็จะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ซึ่งประกันภัยบางแห่งมีบริการรองรับการติดต่อแจ้งประสานเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้ทำประกันจะสามารถใช้บริการได้ในช่วงระยะเวลาตลอดการเดินทาง
-บริการให้คำแนะนำทางการแพทย์ ช่วยค้นหาโรงพยาบาลในเครือที่เหมาะสม ซึ่งผู้มีประกันจะสามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวก รวมไปถึงช่วยประสานการนัดหมาย
-ประกันในบางบริษัทมีบริการช่วยสื่อสารกับผู้ทำหน้าที่รักษาในโรงพยาบาล เพื่อให้การรักษามีความชัดเจนและถูกต้องมากยิ่งขึ้น

หมายเหตุ
ควรศึกษารายละเอียดที่ระบุเอาไว้ในเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน ซึ่งบางแห่งมีข้อกำหนดเอาไว้ว่าผู้ทำประกันจะไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน ในกรณีที่เข้าทำการรักษาแต่เฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือตามที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น นอกจากนี้ยังอาจมีรายละเอียดข้อยกเว้นความคุ้มครองไว้อีกด้วย อาทิเช่น ข้อยกเว้นความคุ้มครองสำหรับโรคประจำตัว ที่ผู้ทำประกันมีโรคประจำตัวนั้น อยู่ก่อนการทำประกันแล้วเป็นต้น